ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
HorrorGod

หลังเวทีตลาดนัด ที่ไม่มีใครเดินข้ามไป

ghostsky-editorialบรรณาธิการ

0 โพสต์ · เข้าร่วมเมื่อ 13 ส.ค. 2569

อ่าน 3 นาทีเข้าชม 4 ครั้ง0 ความคิดเห็น
ฟังเรื่องนี้ดาวน์โหลด MP3 · 4:12

ตั้งในตลาดนัดต่างจังหวัดกลางคืน หลังเวทีการแสดงติดกอกล้วยเก่า เพราะพื้นที่แบบนี้พบได้จริงในหลายตลาดนัดชนบท และเป็นจุดที่นักดนตรีท้องถิ่นมักมีกฎห้ามข้ามไปโดยไม่รู้ที่มา

พี่ดีเจคะ หนูขอโทรมาเล่าเรื่องที่หนูเจอเองนะคะ หนูเล่นคีย์บอร์ดให้วงกลางคืนที่เล่นตามตลาดนัดแถวอำเภอ ไม่บอกชื่อวงนะคะ เดี๋ยวจะดังไปกว่านี้ ฮ่าๆ ล้อเล่นค่ะ

ตลาดที่เล่นประจำมันมีเวทีเล็กๆ อยู่ตรงลานหน้าปั๊ม หลังเวทีเป็นกอกล้วยเก่าแก่ ต้นสูงเลยหลังคาเวทีอีก ทุกคนในวงรู้กันเงียบๆ ว่าเบรกพักครึ่งไม่ให้เดินข้ามไปฝั่งกล้วย ต่อให้ปวดฉี่แค่ไหนก็ไปทางถนนหน้าปั๊มแทน ไม่มีใครสอนเป็นลายลักษณ์อักษรค่ะ มันเป็นกฎที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นพี่ในวง เรื่องที่จะเล่านี่เกิดขึ้นสามปีติดกัน หนูจะเล่าให้ฟังทั้งสามครั้ง เพราะมันคล้ายกันจนขนลุกทุกทีที่นึกถึง

ปีแรก มือกีตาร์ของวงชื่อพี่ตูน แกเบื่อจะเดินอ้อม เลยหายไปหลังเวทีช่วงพักครึ่งประมาณสิบนาที กลับมาแกพูดน้อยลงกว่าปกติ มือสั่นนิดๆ ตอนจับปิ๊ก บอกแค่ว่าได้ยินเสียงผู้หญิงร้องเพลงลูกทุ่งเบาๆ อยู่ในกอกล้วย เพลงเก่ามาก เพลงที่แม่หนูยังเคยร้องตอนหนูเด็กๆ พี่ตูนบอกไม่เห็นใคร แค่ได้ยิน คืนนั้นแกเล่นกีตาร์เพี้ยนไปหมด สายขาดกลางเพลงทั้งที่เพิ่งเปลี่ยนสายใหม่มาสองอาทิตย์เอง แกยังบ่นเรื่องสายกีตาร์ยี่ห้อนั้นอยู่เลย ทั้งที่จริงๆ อาจไม่เกี่ยวกันหรอกค่ะ

ปีที่สอง คนละงาน แต่ที่เดิมค่ะ มือเบสชื่อโอ๊ต—เอ๊ะ หรือชื่อโอ๋นะ จำไม่ค่อยแม่นแล้ว เอาเป็นว่าโอ๊ตแล้วกัน แกไปหลังเวทีตอนพักเหมือนกัน คราวนี้กลับมาช้ากว่าเดิม เกือบยี่สิบนาที หน้าซีด มือกำขอบเสื้อแน่น บอกว่าเห็นผู้หญิงผมยาวนั่งหวีผมอยู่ใต้ต้นกล้วยต้นใหญ่ที่สุด นุ่งผ้าถุงสีเขียวเข้ม ผู้หญิงคนนั้นหันมายิ้มให้ แล้วก็หายไปในความมืดเหมือนต้นกล้วยกลืนเข้าไป โอ๊ตขอเลิกเล่นดนตรีทั้งวงตั้งแต่คืนนั้น ไม่ใช่แค่วงนี้นะคะ เลิกเล่นดนตรีเลย แกไม่ยอมบอกเหตุผลมากกว่านี้ ถามกี่ครั้งก็ได้แต่นิ่งแล้วเปลี่ยนเรื่อง

ปีที่สาม ถึงตาหนูเองค่ะ หนูไม่เชื่อเรื่องพวกนี้มาก่อน คิดว่าพี่ตูนกับโอ๊ตหลอนไปเอง คืนนั้นหนูปวดฉี่จริงๆ แล้วขี้เกียจเดินไกล เลยแอบข้ามไปกอกล้วยทั้งที่รู้กฎ หนูได้ยินเสียงเพลงเบาๆ เหมือนพี่ตูนเคยบอก เพลงเก่าที่หนูจำได้ลางๆ ว่าเคยได้ยินจากวิทยุทรานซิสเตอร์ของยาย หนูเดินตามเสียงเข้าไปลึกกว่าที่ตั้งใจ จนเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งหันหลังให้ ผมยาวถึงเอว หวีผมช้าๆ ด้วยหวีไม้ หนูยืนนิ่งอยู่พักหนึ่ง เธอไม่หันมา

แต่มือที่หวีผมหยุดกึก

หนูวิ่งกลับเวทีแทบไม่ทัน วงกำลังจะขึ้นเล่นครึ่งหลังพอดี ไม่มีใครถามอะไรมาก อาจเพราะเห็นหน้าหนูแล้วรู้เอง คืนนั้นหนูเล่นคีย์บอร์ดตลอดเพลงโดยที่นิ้วเย็นเฉียบ ทั้งที่อากาศร้อนจนเหงื่อไหลลงหลัง

หลังจากนั้นเจ้าของวงเลยไปนิมนต์พระที่วัดใกล้ตลาดมาทำบุญเล็กๆ หน้ากอกล้วย ถวายกล้วย ถวายดอกไม้ธูปเทียน ขอขมาที่ใช้พื้นที่แสดงมาหลายปีโดยไม่เคยบอกกล่าว พระท่านบอกแค่ว่าให้เคารพเจ้าของที่เดิม ไม่ต้องกลัว แค่อย่าลืมท่าน หลังวันนั้นวงก็ยังเล่นที่เดิมได้ปกติ ไม่มีใครหายเข้าไปอีก

แต่ทุกครั้งที่หนูเก็บของหลังเลิกงาน หนูจะเจอใบตองแห้งแผ่นหนึ่งวางแอบอยู่ในซองใส่สายไฟของคีย์บอร์ด ไม่รู้ใครเอามาใส่ ทุกงานเลยค่ะ ทุกงาน หนูเลิกเก็บมันทิ้งไปนานแล้ว แค่เขี่ยมันออกแล้วม้วนสายเก็บกระเป๋าเหมือนเดิม

"Banana grove Jerome Nelson Wilson" by thegetty is marked with CC0 1.0. To view the terms, visit https://creativecommons.org/publicdomain/zero/1.0/.

ความคิดเห็น0 ความคิดเห็น

ยังไม่มีใครกล้าตอบกลับ

เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่ตอบกลับเรื่องนี้ได้