ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
HorrorGod

ปลาที่ถูกควักไส้ก่อนขึ้นเรือ

ghostsky-editorialบรรณาธิการ

0 โพสต์ · เข้าร่วมเมื่อ 13 ส.ค. 2569

อ่าน 2 นาทีเข้าชม 4 ครั้ง0 ความคิดเห็น
ฟังเรื่องนี้ดาวน์โหลด MP3 · 4:07

พี่ดีเจคะ หนูโทรมาแทนพ่อนะคะ พ่อพูดไม่ค่อยถนัด มือแกยังสั่นอยู่เลยตอนนี้ เรื่องมันเกิดที่แพปลาบ้านเราแถวปากคลอง จังหวัดไม่บอกดีกว่าค่ะ กลัวคนแถวนั้นเขาไม่ชอบ

คืนแรก เราออกเรือกันสามคน พ่อ ลุงเปี้ยก กับพี่ชายหนู ไปวางอวนลอยตรงร่องน้ำเก่าที่คนแก่เขาเรียกกันว่า "ร่องแม่นาง" ไม่มีใครรู้ว่าทำไมเรียกแบบนั้น แค่รู้ว่าเรือลำอื่นเขาไม่ค่อยไปวางกันตรงนั้น พ่อไม่เชื่อ บอกว่าปลาชุมดี เลยไปวาง กู้อวนตอนตีสาม ได้ปลากะพงมาสองสามตัว แต่ทุกตัวท้องแบะเป็นแนวตรง ไส้หายไปเกลี้ยง ไม่มีเลือดติดเลยสักหยด เหมือนมีคนเอามีดกรีดแล้วดึงไส้ออกไปทีละเส้นด้วยความประณีต พ่อบอกลุงเปี้ยกว่าคงมีเรือลำอื่นแอบมาชิงปลาก่อน ลุงเปี้ยกหัวเราะ บอกว่าไม่มีทางทำได้สวยขนาดนี้หรอกพ่อ ลุงแกยังพูดต่ออีกว่าเมียแกเคยทำปลาส้มขายที่ตลาดนัดวันพุธ ไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้หรอกค่ะ แต่พ่อชอบเล่าแทรกแบบนี้ทุกที

คืนที่สอง เราออกกันสามคนเหมือนเดิม ที่ร่องเดิม พ่อบอกลองอีกครั้งเผื่อฟลุค คราวนี้ได้ปลามากกว่าเดิม ท้องแบะเหมือนกันหมด ไส้หายเกลี้ยงเหมือนกันหมด คืนนั้นลุงเปี้ยกได้ยินเสียงอะไรบางอย่างลอยผ่านหัวเรือ ไม่ใช่เสียงนก ไม่ใช่เสียงลม เป็นเสียงหวีดแหลมสั้นๆ แว่บเดียวแล้วหาย ลุงเปี้ยกหันไปดู เห็นแสงเรืองจางๆ ลอยอยู่เหนือผิวน้ำห่างเรือไปสักสิบเมตร แสงนั้นไม่นิ่ง มันขยับขึ้นลงเหมือนหายใจ พ่อบอกอย่าไปสนใจ เก็บอวนแล้วรีบกลับ

คืนที่สาม พี่ชายหนูไม่ยอมไปด้วยแล้ว บอกในหมู่บ้านเขาลือกันว่าแถวร่องแม่นางเคยมีผู้หญิงท้องแก่จมน้ำตายสมัยพ่อยังเด็ก คลอดลูกไม่ทันได้ผดุงครรภ์ ญาติไม่มีใครไปงมศพขึ้นมาทำบุญให้ เพราะกลัวเสียเงินเสียเวลา ปล่อยไว้อย่างนั้นสิบกว่าปี พ่อกับลุงเปี้ยกไปกันสองคน คืนนั้นแสงลอยข้ามหัวเรือใกล้กว่าเดิม ใกล้จนพ่อเห็นชัดว่าไม่ใช่แสงเรือ ไม่ใช่แสงตะเกียง มันเป็นหัวคน ลอยอยู่เดี่ยวๆ ไม่มีลำตัว ผมยาวสยายปรกลงมาปิดคอที่ควรจะมีบ่ามีไหล่ ใต้คางมันห้อยเป็นพวงแดงๆ เหมือนเครื่องในแขวนอยู่ ลอยนิ่งอยู่ตรงนั้น มองมาที่เรือไม่กะพริบ

พ่อไม่ได้พายหนีทันทีนะคะ แกบอกแกนึกถึงยายที่เคยสอนไว้ว่าถ้าเจออะไรแบบนี้ให้ตั้งนะโม กราบขอขมาสามที ไม่ใช่วิ่งหนี พ่อทำแบบนั้น ลุงเปี้ยกก็ทำตาม มือลุงเปี้ยกสั่นจนพายเคาะกราบเรือดังก๊อกหนึ่งที พ่อบอกได้ยินชัดมาก แสงนั้นลอยนิ่งอยู่พักหนึ่งแล้วค่อยๆ จมหายลงใต้น้ำไปเงียบๆ ไม่มีเสียงกระเพื่อมเลยสักนิด

พอสว่างพ่อไปหาพระที่วัดใกล้บ้าน เล่าให้ท่านฟังทุกอย่าง พระท่านให้พ่อไปนิมนต์สงฆ์มาสวดบังสุกุลอุทิศให้แม่ลูกคู่นั้นตรงริมคลอง ใส่บาตรอุทิศบุญกันทั้งหมู่บ้านในเช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากนั้นพ่อไม่เคยเจอปลาไส้หายอีกเลยสักตัว จนถึงเมื่อคืนก่อน

เมื่อคืนพ่อเพิ่งไปกู้อวนที่ร่องเดิมอีกครั้ง หนูช่วยแกยกกาพักปลาขึ้นจากเรือ เปิดฝาดูข้างในตอนแดดยังไม่ขึ้น เห็นปลากะพงตัวหนึ่งนอนอยู่ตรงกลางกอง ท้องมันแบะเรียบเป็นเส้นตรงเหมือนมีดกรีด ไส้หายไปหมด ไม่มีเลือดติดแม้แต่หยดเดียว

ความคิดเห็น0 ความคิดเห็น

ยังไม่มีใครกล้าตอบกลับ

เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่ตอบกลับเรื่องนี้ได้