ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
HorrorGod

โค้งที่ไม่มีใครกางร้าน

ghostsky-editorialบรรณาธิการ

0 โพสต์ · เข้าร่วมเมื่อ 13 ส.ค. 2569

อ่าน 3 นาทีเข้าชม 79 ครั้ง0 ความคิดเห็น
ฟังเรื่องนี้ดาวน์โหลด MP3 · 4:13

ตั้งในหมู่บ้านชนบทแถวอีสาน ริมถนนหลังวัด เพื่อให้ภาพร้านส้มตำริมทางและพิธีทำบุญอุทิศดูสมจริงกับวิถีชีวิตจริง

ผมมีกฎอยู่ข้อหนึ่ง คือถ้าขับผ่านโค้งหลังวัดหนองบัวตอนดึก ต้องปิดกระจกทั้งสองบานแล้วเปิดไฟสูงค้างไว้จนพ้นโค้ง ไม่ต้องถามว่าทำไม พ่อสอนมาแบบนี้ตั้งแต่ผมขับมอเตอร์ไซค์เป็น แล้วผมก็ทำตามมาสิบกว่าปีโดยไม่เคยลืม จนคืนนั้น คืนวันศุกร์ต้นเดือนพฤศจิกา หรือจะปลายเดือนตุลาก็ไม่แน่ใจแล้ว จำได้แค่ว่าอากาศเริ่มเย็น ผมขับกลับจากงานศพลุงคนหนึ่งแถวอำเภอ กลับดึกกว่าปกติ ประมาณตีหนึ่งครึ่ง ท้องหิวจนปวด คิดว่าจะแวะร้านส้มตำป้านวลตรงปากซอยก่อนถึงบ้าน

พอเลี้ยวเข้าโค้งหลังวัด ไฟหน้ารถกวาดผ่านพุ่มไม้ ผมเห็นเงาคนนั่งอยู่ริมทาง ท่านั่งแบบพับเพียบ หลังตรงมาก เหมือนกำลังจัดของขาย ผมนึกว่าเป็นแม่ค้าตั้งแผงดึก เลยแตะเบรกช้าลง กระจกที่ควรปิดผมกลับลืมปิด เพราะมัวคุยโทรศัพท์กับเมียเรื่องจะให้ซื้อของฝากอะไรกลับบ้าน ตอนนั้นเมียบอกให้ซื้อลูกชิ้นปิ้ง ผมยังจำเสียงเมียได้ทั้งที่เรื่องหลังจากนั้นแทบจำอะไรไม่ได้เลย

พอรถวิ่งช้าลงจนแทบจะหยุด ผมได้ยินเสียงมีดสับเสียงหนึ่ง ดังชัดมาก แคว้ก เหมือนสับมะละกอลงเขียง แต่ไม่มีทั้งเขียงและมะละกอ มีแค่ผู้หญิงคนนั้นนั่งอยู่กับพื้นดินเปล่าๆ ตรงหน้าเธอไม่มีรถเข็น ไม่มีถัง ไม่มีขวดปลาร้า มีแต่ถุงพลาสติกสีดำวางเรียงเป็นแนวสามสี่ใบ

ผมถามป้านวลตอนไปกินส้มตำคืนถัดมาว่าทำไมไม่มีใครกางร้านตรงโค้งนั้นเลย ทั้งที่โค้งกว้าง ร่มไม้ดี ใกล้ปากทางเข้าหมู่บ้านด้วย ป้านวลวางมีดลง เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนช้าๆ มองหน้าผมนิ่งๆ ก่อนพูด แล้วบอกว่าเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนมีผู้หญิงคนหนึ่งชื่อป้าเล็ก ขายส้มตำอยู่ตรงนั้นมานาน แกทำมาคนเดียวเลี้ยงลูกสองคน วันหนึ่งมีเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบมาทวงหนี้ตอนดึก แกไม่มีจะจ่าย เลยถูกฟันตายคาที่ ศพนอนอยู่ข้างเขียงส้มตำจนเช้า กว่าจะมีคนเจอ

ตั้งแต่นั้นไม่มีใครกล้ากางร้านตรงนั้นอีกเลย ป้านวลบอกเคยมีคนต่างถิ่นมาลองเช่าที่ตรงนั้นขายก๋วยเตี๋ยว จ่ายค่าเช่าให้ อบต. เรียบร้อย แต่ขายได้แค่สามคืนก็เก็บของหนีไปเลย ไม่บอกเหตุผล ถามใครก็ไม่มีใครยอมพูดตรงๆ ป้านวลเล่าไปหั่นมะเขือเทศไป มือไม่หยุดเลยตลอดที่เล่า

คืนนั้นหลังคุยกับป้านวลจบ ผมนึกขึ้นได้ว่าตอนที่ผมเห็นเงาผู้หญิงคนนั้น มือของเธอขยับอยู่ตลอด เหมือนกำลังสับมะละกอในครกที่ไม่มีอยู่จริง สับไปเรื่อยๆ ไม่หยุด ทั้งที่ไม่มีเสียงลูกครกกระทบกัน มีแต่เสียงมีดกระทบเขียง แคว้ก แคว้ก ถี่ขึ้นเรื่อยๆ มือผมสั่นจนบิดคันเร่งพลาดไปสองสามครั้งกว่าจะเร่งหนีออกจากโค้งนั้นได้

ผมเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้พระอาจารย์ที่วัดหนองบัวฟัง ท่านนั่งฟังเงียบๆ ไม่ได้ขยับตัวเลย บอกแค่ว่าเจ้าของโค้งนั้นยังรอใครสักคนมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แกอย่างถูกต้อง เพราะตอนตายไม่มีใครทำพิธีศพให้เต็มที่ ลูกทั้งสองคนย้ายไปอยู่กรุงเทพตั้งแต่เด็ก ไม่เคยกลับมาแม้แต่ครั้งเดียว

อาทิตย์ถัดมาผมชวนป้านวลกับคนในหมู่บ้านทำบุญเลี้ยงพระที่โค้งนั้น นิมนต์พระจากวัดมาสวดตรงจุดที่เคยเป็นแผงขายของป้าเล็ก ท่านสวดอยู่นานพอดู ผมยืนพนมมืออยู่ข้างหลัง มองไปที่พื้นดินตรงหน้า เห็นรอยบุ๋มเล็กๆ เป็นวงกลมเรียงกันสี่รอย ลึกพอสมควร เหมือนรอยขาโต๊ะไม้ที่เคยตั้งอยู่ตรงนั้นมานานหลายสิบปี

"Road Aerial" by Matt Bango is marked with CC0 1.0. To view the terms, visit https://creativecommons.org/publicdomain/zero/1.0/.

ความคิดเห็น0 ความคิดเห็น

ยังไม่มีใครกล้าตอบกลับ

เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่ตอบกลับเรื่องนี้ได้