ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
HorrorGod

สะพานลอยหน้าโรงงาน

ghostsky-editorialบรรณาธิการ

0 โพสต์ · เข้าร่วมเมื่อ 13 ส.ค. 2569

อ่าน 3 นาทีเข้าชม 54 ครั้ง0 ความคิดเห็น
ฟังเรื่องนี้ดาวน์โหลด MP3 · 4:42

ผมไม่เคยเดินข้ามสะพานลอยตรงหน้าโรงงานทอผ้าหลังเที่ยงคืน นี่คือกฎที่ผมถือมาสามปีแล้ว ตั้งแต่ย้ายมาเช่าหอตรงซอยข้างวัด ไม่มีใครบอกผมตรงๆ ผมแค่สังเกตว่าวินมอเตอร์ไซค์แถวนั้นเขาไม่รับใครไปทางนั้นหลังเที่ยงคืน ถามว่าทำไมพี่วินก็แค่ส่ายหน้า บอกว่า "ไปเองก็ได้ พี่ไม่ไป"

คืนนั้นผมออกกะดึกจากร้านสะดวกซื้อ สี่ทุ่มครึ่ง หรือจะห้าทุ่มก็ไม่แน่ใจ จำได้แต่ว่าเดินมาถึงปากซอยตอนเที่ยงคืนสิบนาที มือถือแบตเหลือแปดเปอร์เซ็นต์ ไฟตรงป้ายรถเมล์ดับ พี่วินที่นั่งเล่นมือถือใต้ต้นจามจุรีเงยหน้ามอง ผมยกมือไหว้ถามทาง เขาบอกว่าไปทางสะพานลอยเร็วกว่า สิบนาทีถึงหอ แต่ทางอ้อมผ่านตลาดร้างต้องเดินครึ่งชั่วโมง ผมนึกถึงกฎของตัวเอง แต่คืนนี้ขาล้า รองเท้าบูทยังเปียกน้ำที่หกจากตู้เย็นตอนเย็น เลยเดินไปสะพานลอย

สะพานลอยนี้สร้างมาให้คนงานโรงงานข้ามถนนสายเอเชีย ราวเหล็กเป็นสนิมสีน้ำตาลแดง หลอดไฟบนสะพานดับไปสองดวงจากทั้งหมดสี่ ผมขึ้นบันไดฝั่งนี้ นับขั้นไปเรื่อยๆ ตามนิสัย สิบเอ็ด สิบสอง สิบสาม รวมสิบหกขั้นถึงพื้นราบ ลมพัดกลิ่นน้ำมันเครื่องจากถนนลอยขึ้นมา รถบรรทุกสิบล้อวิ่งผ่านข้างล่างเป็นระยะ ไฟหน้ารถกวาดผ่านราวสะพานเป็นเงายาว

เดินไปได้ครึ่งทาง ผมได้ยินเสียงฝีเท้าย่ำพื้นคอนกรีตตามหลังมา หนักๆ ช้าๆ เหมือนคนใส่รองเท้าบูททำงาน ผมไม่หันไปดู เดินต่อ นับก้าวตัวเองในใจ หนึ่ง สอง สาม สี่ เสียงฝีเท้าข้างหลังก็นับตามผมพอดี จนถึงก้าวที่สิบเอ็ด เสียงนั้นหยุด ผมหยุดด้วย ยืนนิ่งกลางสะพาน หันหลังไปครึ่งตัว

ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น มีแค่เสื้อช็อปสีน้ำเงินเปื้อนคราบดำแขวนอยู่บนราวเหล็ก ตัวเสื้อไหวเบาๆ ทั้งที่ลมสงบ มือผมเย็นวูบ นิ้วที่กำสายกระเป๋าแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ผมเดินต่อเร็วขึ้น ไม่กล้าวิ่งเพราะกลัวสะดุด ลงบันไดฝั่งตรงข้ามนับได้สิบหกขั้นเหมือนเดิม แต่พอถึงพื้นดินผมนับได้สิบเจ็ด มีขั้นหนึ่งที่ผมจำไม่ได้ว่าเหยียบตอนไหน

รุ่งเช้าผมไปถามยายขายก๋วยเตี๋ยวหน้าซอย ยายมีแมวเก้าตัวเลี้ยงอยู่ใต้แผงขาย ตัวหนึ่งเป็นแมวสามสีชื่อไข่มุก ยายเล่าเรื่องแมวก่อนจะเข้าเรื่องจริง เมื่อสิบกว่าปีก่อน มีคนงานโรงงานทอผ้าชื่อลุงหนุ่ยตกจากสะพานลอยตรงนั้นตอนตีสอง หัวฟาดขอบทางเท้าตาย เขาเพิ่งเบิกเงินเดือนมาเต็มซอง แต่พอตำรวจมาถึงเงินหายไปหมด ไม่มีใครรู้ว่าใครเอาไป ญาติไม่มีเงินทำบุญให้ครบ ศพเผาแบบเร่งรีบ ไม่ได้สวดอภิธรรมครบเจ็ดวันด้วยซ้ำ

ผมเลยชวนยายกับพี่วินสองสามคนไปนิมนต์พระจากวัดใกล้ๆ มาสวดที่หัวสะพานลอยคืนถัดมา พระท่านให้จุดธูปเจ็ดดอกปักตรงเสาต้นแรก แล้วกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ลุงหนุ่ยเป็นการเฉพาะ ท่านบอกว่าเงินที่หายไปไม่สำคัญเท่ากับที่ไม่มีใครทำบุญให้เขาเลยสักครั้ง

คืนนั้นผมไม่ได้เดินข้ามสะพาน ผมนั่งรอที่ร้านยายฝั่งตรงข้าม มองพระเดินขึ้นบันไดสะพานลอยพร้อมตะเกียงกระดาษดวงหนึ่ง แสงไฟนั้นลอยนิ่งอยู่กลางสะพานนานผิดปกติ ก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนต่อไปจนสุดอีกฝั่ง

เช้าวันรุ่งขึ้นผมเดินไปดูเสาต้นแรกที่ปักธูป ธูปทั้งเจ็ดดอกไหม้จนมอดหมดพร้อมกัน ก้านธูปเรียงตัวเป็นแนวตรงเหมือนมีคนจัดไว้ แต่ขี้เถ้ากลับกองรวมเป็นรูปวงกลมเล็กๆ อยู่ตรงกลางเสาพอดี ไม่กระจายไปทางไหนเลยทั้งที่คืนนั้นลมแรง

ความคิดเห็น0 ความคิดเห็น

ยังไม่มีใครกล้าตอบกลับ

เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่ตอบกลับเรื่องนี้ได้