Skip to main content
HorrorGod

รางเปียกที่ชานชาลาที่ห้า

0 posts · Joined Aug 13, 2026

3 min read9 views0 replies
Listen to this storyDownload MP3 · 3:46

สถานีรถไฟปลายทางเก่าย่านหัวลำโพงในยุคก่อนปรับปรุง เลือกเพราะเป็นจุดที่ขบวนสุดท้ายของวันจอดพักจริง และเคยมีแรงงานซ่อมรางเป็นคนต่างถิ่นไร้ญาติทำงานอยู่จริงในประวัติศาสตร์การรถไฟไทย

พี่ดีเจคะ หนูขอเล่าเรื่องที่ตาทวดเล่าให้แม่ฟัง แล้วแม่มาเล่าให้หนูฟังอีกทีนะคะ ตอนนี้หนูรีดผ้าอยู่ค่ะ มือหนึ่งจับเตารีด อีกมือถือมือถือแนบหู ผ้าเช็ดตัวลายทางที่รีดอยู่มันยับกว่าตอนก่อนรีดอีกค่ะ เพราะหนูฟังไม่ทันตั้งใจ กดเตารีดค้างไว้จนกลิ่นไหม้ลอยขึ้นมา ต้องยกออกแล้วค่อยเล่าต่อ อ้อ นี่ผ้าเช็ดตัวของน้องชายหนูนะคะ ลายทางสีเขียว เขาซื้อมาจากตลาดนัดจตุจักรเมื่อสองปีก่อน เดี๋ยวเล่าต่อค่ะ

ตาทวดหนูเคยเป็นพนักงานทำความสะอาดโบกี้ที่สถานีปลายทางเก่าแถวหัวลำโพงเมื่อสักสี่สิบกว่าปีก่อน หน้าที่แกคือรอรถไฟขบวนสุดท้ายเข้ามาจอด แล้วเช็ดพื้นเตรียมรถให้พร้อมสำหรับเที่ยวเช้า ตาทวดเล่าว่าโบกี้ตู้ท้ายสุดของขบวนดึกนั้น ทุกครั้งที่รถไฟเข้าเทียบชานชาลา พื้นตู้จะเปียกเป็นทาง ยาวจากประตูท้ายไปจนถึงที่นั่งแถวที่เจ็ด ไม่ว่าฝนจะตกหรือแล้งแค่ไหนก็ตาม

คืนแรกที่แกเจอ แกนึกว่าใครทำน้ำหกจากกระติกน้ำ เอาผ้าถูพื้นเข้าเช็ดจนแห้ง แต่พอเดินออกจากตู้ไปหยิบไฟฉาย กลับมาอีกทีพื้นก็เปียกใหม่แล้ว รอยเดียวกันเป๊ะ กว้างเท่าฝ่าเท้าคนลากขาไม่พ้นดิน

แกไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง จนวันหนึ่งหัวหน้าแผนกซ่อมบำรุงคนเก่าเดินมาสูบบุหรี่ด้วยกันตอนตีสอง เขาถามเรื่องอื่นก่อน ถามว่าเมียแกท้องกี่เดือนแล้ว แล้วถึงค่อยพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเองว่าสมัยก่อนตรงรางเข้าสถานีเคยมีคนงานซ่อมรางถูกรถไฟชนตายเมื่อหลายสิบปีก่อน เป็นคนอีสานที่มาทำงานคนเดียว ไม่มีใครรู้บ้านเดิม ไม่มีใครมารับศพ ทางการเลยเผาแบบไม่มีญาติ ไม่มีใครสวดให้สักคำ ศพนอนรอในห้องเก็บของแช่แข็งเดือนกว่า หรือเดือนครึ่งได้มั้ง แกจำไม่แม่นเหมือนกัน กว่าจะเผา

ตาทวดฟังแล้วนอนไม่หลับหลายคืน คิดว่าถ้าเป็นแกจะรู้สึกยังไงถ้าตายกลางทางแล้วไม่มีใครจำชื่อได้เลย คืนหนึ่งแกเลยลองนั่งเฝ้าที่นั่งแถวที่เจ็ดทั้งคืน ไม่ยอมเช็ดพื้น ปล่อยให้น้ำไหลมาถึงเท้าแก เย็นจนแกต้องกำมือแล้วคลายซ้ำ ๆ ให้หายชา แล้วแกได้ยินเสียงคนพึมพำชื่อตัวเองซ้ำ ๆ เบา ๆ เหมือนกลัวลืม ชื่อที่แกไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต

แกจดชื่อนั้นไว้ในสมุดพกกางเกง มือแกสั่นตอนจด ตัวหนังสือเลยเบี้ยว ๆ อ่านยากนิดหน่อย แล้วเอาไปถามคนแก่ในแผนกจนสืบได้ว่าเป็นชื่อจริงของคนงานคนนั้น จากนั้นแกไปนิมนต์พระที่วัดใกล้สถานีมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ ใส่ชื่อเขาลงในบัตรอุทิศ สวดกรวดน้ำตรงชานชาลาที่ห้าตอนเช้ามืดวันหนึ่ง หลังจากคืนนั้นพื้นตู้ท้ายก็ไม่เปียกอีกเลย ตาทวดบอกว่าแกไม่ได้ทำเพื่อให้ผีหายไป แต่ทำเพื่อให้เขามีชื่อสักครั้งก่อนจะไปไหนต่อ

แม่หนูเล่าจบตรงนี้พอดี หนูก็เพิ่งนึกได้ว่าเตารีดยังเปิดอยู่ ผ้าเช็ดตัวลายทางผืนนั้นไหม้เป็นรอยสีน้ำตาลตรงกลางแล้วค่ะพี่ดีเจ หนูรีบยกเตารีดขึ้น มือสั่นนิดหน่อย แล้วก็เอานิ้วจิ้มรอยไหม้ดูว่ามันทะลุไปถึงอีกด้านหรือยัง

"Hua Lamphong railway station" by aken_arin is licensed under CC BY 2.0. To view a copy of this license, visit https://creativecommons.org/licenses/by/2.0/.

No ratings yetSign in to rate

Replies0 replies

No one has dared to reply yet.

Only members can reply to this story.