Skip to main content
HorrorGod

รองเท้าข้างเดียวบนเบาะหลัง

0 posts · Joined Aug 13, 2026

3 min read2 views0 replies
Listen to this storyDownload MP3 · 4:26

ตั้งอยู่แถวสะพานกลับรถหน้าสวนยางในตำบลชนบทภาคใต้ เพื่อให้ภาพคลองส่งน้ำและถนนลื่นหลังฝนตกดูจริงและใกล้ตัวคนขับรถรับจ้างต่างจังหวัด

บุญมีนับเงินทอนใต้ไฟหลอดสีส้มหน้าตลาดสดยังไม่ทันเสร็จ ก็เห็นมันวางอยู่ตรงเบาะหลัง รองเท้าฟองน้ำสีเขียวข้างเดียว ไซส์เด็กประมาณห้าขวบ เปียกจนน้ำหยดเป็นวงกลมเล็ก ๆ บนผ้าเบาะลายสก็อต รถของเขาเพิ่งไขกุญแจเปิดเอง เขานอนอยู่หลังพวงมาลัยทั้งคืนหลังจอดหน้าบ้าน ประตูล็อกทุกบาน กระจกก็ปิดสนิท สุนัขข้างบ้านเห่าอยู่พักหนึ่งแล้วก็เงียบไปเฉย ๆ เขาไม่ได้คิดอะไรกับมันตอนนั้น

สามสัปดาห์ก่อนหน้านั้น เขาขับกลับจากส่งผู้โดยสารคนสุดท้ายที่สถานีขนส่ง ผ่านสะพานกลับรถหน้าสวนยางบ้านทุ่งคาแบบที่ทำทุกคืน สะพานเตี้ย ๆ ข้ามคลองส่งน้ำ ฝนเพิ่งตกปรอย ๆ พื้นเปียกมัน เขาเห็นไฟท้ายมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขึ้นสะพานพร้อมเขา สีแดงกับสีเหลือง หรือจะเป็นไฟเบรกที่แดงสว่างกว่าปกติก็ไม่แน่ใจ แว่บหนึ่งในกระจกมองหลังไฟนั้นก็หายวับไป มีเสียงตกน้ำดังปุ๋ง เขาแตะเบรกครึ่งวินาที นิ้วเท้าเกร็งอยู่บนคันเร่ง แล้วก็เหยียบต่อ บอกตัวเองว่าคงเป็นถังพลาสติกร่วงจากรถบรรทุก บอกตัวเองอย่างนั้นตลอดทางกลับบ้าน จนถึงหน้าปากซอยก็ยังพูดกับตัวเองอยู่คนเดียวในรถ

คืนนี้เขาหยิบรองเท้าข้างนั้นด้วยปลายนิ้วสองนิ้ว วางมันไว้บนแผงหน้าปัดใต้พระเล็ก ๆ ที่แขวนไว้ แล้วขับออกรับผู้โดยสารตามปกติ มิเตอร์ต้องหมุน ลูกเมียรอเงินอยู่ที่บ้าน

ข่าวออกวันรุ่งขึ้นหลังคืนนั้นว่าแม่ลูกสองคนขี่มอเตอร์ไซค์ลื่นไถลตกสะพานกลับรถบ้านทุ่งคา จมน้ำเสียชีวิตทั้งคู่ กู้ภัยงมศพขึ้นมาได้ตอนสายของอีกวัน แต่รองเท้าของเด็กหาไม่เจอสักข้าง คนแถวนั้นพูดกันว่าเด็กร้องขอรองเท้าที่หายก่อนตาย บุญมีไม่เคยเล่าให้ใครฟังว่าเขาผ่านตรงนั้นพอดี ไม่เล่าแม้กับเมียตัวเอง

ตั้งแต่คืนนั้นเป็นต้นมา ทุกครั้งที่เขาขับผ่านสะพานนั้น ไม่ว่าผู้โดยสารจะนั่งไปกี่กิโลก็ตาม มิเตอร์จะกระโดดขึ้นเก้าบาทพอดีเสมอ ไม่มากไม่น้อย ผู้โดยสารบางคนไม่ทันสังเกต บางคนทักและเขาต้องคืนเงินให้ทุกครั้ง เพื่อนคนขับด้วยกันเริ่มไม่อยากขึ้นสะพานนั้นตอนดึก ว่ากันว่ารถของเขามีอะไรตามมา

คืนที่รองเท้าข้างเดียวปรากฏบนเบาะ เขาไปหาหลวงพ่อที่วัดท้ายหมู่บ้าน เล่าให้ท่านฟังทุกอย่างโดยไม่เว้นแม้แต่ตอนที่เขาเหยียบคันเร่งต่อ หลวงพ่อฟังเงียบ ๆ นิ้วยังคีบลูกประคำอยู่ตลอด ท่านไม่ได้ว่าอะไรมาก บอกแค่ว่าเขาทำเวรกรรมด้วยการทอดทิ้ง ไม่ใช่ด้วยมือ แต่ด้วยการวิ่งหนีความกลัวของตัวเอง ให้เขากลับไปที่สะพาน จุดธูปเก้าดอกตามเลขที่มิเตอร์เรียกร้อง ถวายสังฆทานอุทิศให้แม่ลูก แล้วกรวดน้ำขอโทษออกเสียงดัง ๆ ตรงจุดนั้น

บุญมีทำตามทุกอย่าง คืนวันพระถัดมา เขาจอดรถกลางสะพาน ดับไฟหน้า จุดธูปปักไว้ริมราวสะพานที่ยังมีรอยแตกจากอุบัติเหตุ พูดขอโทษเด็กหญิงที่เขาไม่เคยเห็นหน้า บอกว่าคืนนั้นเขากลัว กลัวจนไม่กล้าเหยียบเบรกให้สุด กรวดน้ำจนหมดขวด แล้วขับกลับบ้านโดยไม่หันหลังมองสะพานอีก

คืนต่อมามิเตอร์ไม่กระโดดอีกเลย ผู้โดยสารขึ้นสะพานกลับรถกันตามปกติ ไม่มีใครทักว่าเงินเกิน

เช้าวันอาทิตย์ บุญมีไปเปิดประตูรถจะไปล้างที่ปั๊ม เห็นรองเท้าฟองน้ำสีเขียวข้างเดิมวางอยู่บนเบาะหลัง แต่คราวนี้มีอีกข้างวางเรียงคู่กันสนิท ข้างหนึ่งแห้งสนิทเหมือนไม่เคยเปียก อีกข้างยังหยดน้ำเป็นวงเล็ก ๆ บนผ้าเบาะเหมือนเดิม

"Taxi Cab" by Leeroy is marked with CC0 1.0. To view the terms, visit https://creativecommons.org/publicdomain/zero/1.0/.

No ratings yetSign in to rate

Replies0 replies

No one has dared to reply yet.

Only members can reply to this story.