Skip to main content
HorrorGod

กอกล้วยหลังเวทีลิเก

0 posts · Joined Aug 13, 2026

3 min read117 views0 replies
Listen to this storyDownload MP3 · 4:17

ตั้งในหมู่บ้านชนบทภาคกลาง หลังงานวัดประจำปี ที่กอกล้วยเก่ายังเป็นพื้นที่ต้องห้ามของนักดนตรีพื้นบ้าน}

ป้าใช้มีดโต้ปาดใบตองให้ผมมาตั้งแต่เด็ก แต่คืนนั้นผมปาดเบี้ยวไปทั้งใบ ใบตองที่ควรจะกว้างเท่าฝ่ามือกลับขาดตรงกลางเป็นทาง มัวแต่ฟังลุงสมพงษ์เล่าจนมือลอย ลุงนั่งพันสายพิณอยู่ข้างเตาถ่าน มือข้างหนึ่งจับซอ อีกข้างชี้มาทางกอกล้วยหลังบ้านป้า แล้วพูดขึ้นมาลอยๆ ว่า "อย่าไปเล่นดนตรีให้ใครฟังหลังเที่ยงคืนแถวกอกล้วยนะ ไอ้หลาน"

ผมถามว่าทำไม ลุงถอนหายใจ วางซอลง เริ่มเล่าว่าสมัยลุงยังหนุ่ม วงลิเกของลุงไปเล่นงานวัดที่อำเภอข้างๆ ทุกปี งานวัดตั้งเวทีอยู่หน้าโบสถ์ ส่วนหลังเวทีเป็นกอกล้วยเก่าแก่ ต้นสูงเลยหลังคาโรงครัวไปอีก คนแถวนั้นเรียกกันว่ากอกล้วยยายพิม เพราะเล่าต่อกันมาว่ายายพิมปลูกไว้ตั้งแต่สมัยยังเป็นสาว แล้วยายพิมก็ตายอยู่ใต้ต้นนั้นเอง ตายเพราะรอผู้ชายคนหนึ่งที่สัญญาจะกลับมาแต่งงานด้วยแล้วไม่กลับมาจริงๆ ลุงว่ายายพิมรอนานแค่ไหนไม่มีใครรู้แน่ บางคนว่าสามปี บางคนว่าจนผมหงอกหมดหัว เรื่องมันเล่าไม่ตรงกันสักที

นักดนตรีรุ่นก่อนลุงเตือนกันมาว่าห้ามเดินเข้าไปในกอกล้วยตอนกลางคืน โดยเฉพาะช่วงงานวัด เพราะจะได้ยินเสียงผู้หญิงร้องเพลงคลอตามเสียงซอ เสียงใสกว่าคนร้องจริงในวงเสียอีก แต่ห้ามหันไปมอง ห้ามร้องขานรับ และห้ามเดินตามเสียงเข้าไปแม้จะรู้สึกอยากฟังต่อ

ปีนั้นมีนักดนตรีหนุ่มคนหนึ่งชื่อไอ้ตุ๋ย เล่นระนาดเอกฝีมือดี แต่ใจร้อนไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ คืนสุดท้ายของงาน หลังเลิกเล่น เขาเมาเหล้าขาวมานิดหน่อยแล้วเดินหายเข้าไปในกอกล้วย บอกเพื่อนว่าจะไปหาที่ฉี่ ลุงสมพงษ์บอกว่าลุงเห็นแสงเทียนแบบจางๆ ลอยอยู่ในกอกล้วยตอนนั้น ไม่ใช่แสงไฟจากงานวัด สีมันเหลืองนวลกว่า แล้วลุงก็ได้ยินเสียงระนาดของไอ้ตุ๋ยดังขึ้นมาจากในนั้น ทั้งที่ระนาดจริงยังวางอยู่บนเวที ไม่มีใครแตะ

ไอ้ตุ๋ยหายไปทั้งคืน เช้ามาถึงเจอเขานอนสลบอยู่โคนกล้วยต้นใหญ่ที่สุด ตัวเปียกน้ำค้าง มือกำใบตองแก่แน่นจนขาดวิ่นเป็นเส้นๆ เหมือนพยายามฉีกอะไรสักอย่างทั้งคืน ปากเขาพูดกับใครก็ไม่รู้ตลอดว่า "ผมจะกลับมาจริงๆ ผมจะกลับมา" ไม่มีใครถามอะไรเขาสักคำ

พ่อของไอ้ตุ๋ยพาไปหาพระที่วัดบ้าน พระท่านฟังแล้วไม่ได้ว่าอะไรมาก แค่บอกให้ทำบุญอุทิศให้ยายพิมเป็นพิเศษ นิมนต์พระสวดที่โคนกล้วยต้นนั้นเจ็ดวันเจ็ดคืน แล้วให้ไอ้ตุ๋ยเองเป็นคนถวายผ้าไตรและกรวดน้ำด้วยมือตัวเอง ท่านว่าเรื่องแบบนี้แก้ด้วยของแหลมของมีคมไม่ได้ ต้องคืนสิ่งที่ค้างไว้ให้ครบเท่านั้น

หลังจากนั้นไอ้ตุ๋ยเลิกเล่นระนาดไปเลย ไม่ใช่เพราะกลัว ลุงบอกว่าเขาเล่นไม่ได้อีกต่อไปต่างหาก มือสั่นทุกทีที่จับไม้ตี วงลิเกก็เลยเลิกไปเล่นงานวัดนั้นตั้งแต่ปีถัดมา ป้าเคยบอกผมว่าไอ้ตุ๋ยหันไปขายลอตเตอรี่แถวตลาดอำเภอ อยู่ได้จนแก่ ไม่เคยแตะระนาดอีกเลยสักครั้ง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับกอกล้วยแล้ว แต่ป้าชอบเล่าแทรกทุกที

ลุงสมพงษ์เล่าจบก็หยิบซอขึ้นมาสีเบาๆ ไม่พูดอะไรต่อ ผมนั่งมองใบตองที่ตัวเองปาดขาดเป็นทางอยู่ในมือ ยังไม่ได้เอาไปห่อขนมสักชิ้น รอยมีดที่เฉือนเบี้ยวเป็นเส้นโค้งคล้ายกับรอยฉีกที่ลุงบอกว่าเจอบนใบตองในมือไอ้ตุ๋ยเป๊ะ

"Banana grove Jerome Nelson Wilson" by thegetty is marked with CC0 1.0. To view the terms, visit https://creativecommons.org/publicdomain/zero/1.0/.

No ratings yetSign in to rate

Replies0 replies

No one has dared to reply yet.

Only members can reply to this story.