
พี่คะ หนูโทรมาตอนตีสองนี่เพราะนอนไม่หลับ อยากเล่าให้พี่ฟังเรื่องหอพักโรงงานที่หนูเคยอยู่ ตอนนี้ยังทำงานที่นั่นอยู่เลยนะคะ โรงงานผ้าย่านบางพลี หอพักเป็นตึกแถวสามชั้น เตียงสองชั้นเรียงกันแถวละสิบ หนูอยู่ห้อง 3B มาสามปีแล้ว หรือสองปีครึ่งนะ จำไม่ค่อยแม่นแล้วค่ะ มีกฎอยู่แผ่นหนึ่งติดข้างประตู พี่หัวหน้าห้องเก่าเขียนไว้ ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนตั้ง แต่ทุกคนทำตาม ไม่มีคำอธิบาย มีแค่ตัวเลข
- ห้ามใครนอนเตียงบนแถวที่สามติดหน้าต่างเกินสามคืนต่อสัปดาห์
- ถ้าถึงตาต้องนอน ให้จดชื่อลงปฏิทินที่แขวนไว้ใต้หน้าต่าง
- ห้ามลบชื่อคนก่อนหน้าออกจากปฏิทิน แม้เขาจะลาออกไปแล้ว
- ถ้าฝันว่ามีคนนั่งบนอก ให้ตื่นแล้วกัดนิ้วโป้งเท้าซ้ายของตัวเองสามครั้ง
- ห้ามคุยเรื่องคนที่เคยนอนเตียงนั้นตอนกลางคืน คุยได้แค่ตอนกลางวัน แต่ก็ไม่มีใครคุย
- ถ้าใครในห้องหายไปเกินสองวันโดยไม่บอก ให้เอาเสื้อของเขาไปคลุมเตียงนั้นไว้ก่อน อย่าใครเข้าไปนอนแทน
- อย่าถาม อย่าถามอะไรทั้งนั้น แค่จดชื่อ แค่คลุมเสื้อ แค่กัดนิ้วเท้า พอ
หนูมาอยู่ทันช่วงที่กฎยังเป็นแค่ข้อหนึ่งกับสอง สมัยนั้นเขาว่ากันว่ามีพี่คนหนึ่งชื่อพี่แดง ทำงานแผนกตัดผ้า เป็นหนี้นายทุนเงินกู้นอกระบบเยอะมาก ดอกทบดอกจนพี่แดงหนีไม่ได้ วันหนึ่งพี่แดงหายไปจากไลน์ผลิต หัวหน้าบอกลาออกกะทันหัน เสื้อของพี่แดงยังแขวนอยู่ในตู้ล็อกเกอร์จนขึ้นรา ไม่มีใครมาเอา ไม่มีใครมาถามหา ตู้ล็อกเกอร์ข้างๆเป็นของพี่ผู้หญิงคนหนึ่งที่เลี้ยงหมาสามขาไว้ตัวหนึ่ง หมามันชอบมานอนหน้าตู้พี่แดงตอนกลางคืน ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน เดี๋ยวนี้ก็ยังไม่รู้
ปีที่สองที่หนูอยู่ เพื่อนร่วมห้องชื่อน้ำอ้อยถึงตาต้องนอนเตียงนั้น เธอจดชื่อลงปฏิทินตามกฎข้อสอง คืนนั้นหนูได้ยินเธอละเมอพูดว่า หนักมาก หนักมาก อกฉันจะแบะ แล้วเสียงก็หายไปเฉยๆ กลางประโยค เช้ามาน้ำอ้อยเล่าว่าฝันเห็นคนตัวเล็กๆ ผมยาวปิดหน้า นั่งทับอกจนขยับนิ้วไม่ได้ พยายามกัดนิ้วเท้าตามกฎข้อสี่แต่ขยับไม่ได้เลยสักนิ้ว มือเธอกำผ้าห่มแน่นจนข้อนิ้วขาว เธอนอนกะพริบตาถี่ๆมองเพดานจนฟ้าสาง แล้วก็ไม่ยอมนอนเตียงล่างของตัวเองอีกพักหนึ่งด้วยซ้ำ ต้องขอสลับกับคนอื่น
กฎข้อห้าถึงเจ็ดนี่เพิ่งมาเติมทีหลัง หลังจากมีคนหายไปอีกสองคนโดยไม่บอกกล่าว เสื้อพวกเธอยังคลุมเตียงอยู่ตอนนี้ ปฏิทินใต้หน้าต่างมีชื่อเขียนซ้อนกันเป็นสิบชื่อ บางชื่อขีดเส้นใต้สองรอบไม่รู้ทำไม บางชื่อจางจนอ่านไม่ออก เหมือนมีคนพยายามลบทั้งที่กฎข้อสามห้ามไว้
เดือนก่อนหัวหน้าหอตัดสินใจนิมนต์พระจากวัดใกล้โรงงานมาสวดทำบุญให้ทั้งตึก ใส่บาตรอุทิศส่วนกุศลให้พี่แดงกับคนอื่นๆที่หายไปโดยไม่มีใครรู้ชะตากรรม ตั้งชื่อพี่แดงในบัตรกรวดน้ำด้วย พระท่านพูดกับหัวหน้าหอสั้นๆว่าคนที่ตายค้างคาหนี้ มักอยากให้คนข้างหลังรู้ว่าเขาไปแล้วจริงๆ ไม่ใช่แค่หายไปเฉยๆ หลังจากนั้นไม่มีใครฝันเห็นคนนั่งทับอกอีกเลย น้ำอ้อยเองก็นอนเตียงนั้นได้ปกติ กินข้าวเก่งขึ้นด้วยซ้ำ อ้วนขึ้นสองสามกิโล
แต่เมื่อคืนหนูเดินไปหยิบผ้าที่ตากไว้ใต้หน้าต่างห้อง 3B แสงไฟกระพริบตอนห้าทุ่มกว่าๆ พี่ ประมาณนั้นแหละ นาฬิกาข้างเตียงหนูมันเดินช้าอยู่หน่อยเลยไม่แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วหนูก็เห็นปฏิทินแผ่นนั้นแขวนอยู่ที่เดิม หน้าเดือนนี้เพิ่งเปิดใหม่ ว่างเปล่าทุกวันยกเว้นวันที่ยังมาไม่ถึง มีชื่อหนูเขียนไว้แล้วด้วยลายมือที่ไม่ใช่ของหนู