มอเตอร์ไซค์ในซอยหลังตลาด ป้าย ไม่มีใครหันกระจกขึ้น
แอดขับมอไซค์รับจ้างในซอยหลังตลาดสดบ้านคลองแสมมาได้เดือนกว่า ไม่มีใครสอนเป็นคำพูด แต่แอดสังเกตเองตั้งแต่วันแรกที่มาจอดรอผู้โดยสารตรงหัวซอย กระจกมองข้างของทุกคันในซอยนี้ ทั้งของเก่าของใหม่ ก้มลงมองพื้นถนนหมด ไม่มีคันไหนตั้งขึ้นให้เห็นหน้าคนขับ แอดลองปรับกระจกตัวเองขึ้นครั้งหนึ่งตอนบ่าย ลุงสมซึ่งจอดคันถัดไปเดินมาก้มมันลงให้เงียบๆ ไม่พูดอะไร มองหน้าแอดแล้วสั่นหัว แอดเลิกถามตั้งแต่นั้น มันกลายเป็นกฎที่ทำตามโดยไม่รู้เหตุผล เหมือนพ่อค้าปลาที่ล้างมือก่อนรับเงินทุกครั้ง ทำไปเพราะทุกคนทำ
คืนนั้นแอดรับงานถึงเที่ยงคืนกว่า ตลาดปิดไปแล้ว หมาข้างแผงหมูเห่าลั่นแล้วเงียบไปเอง กลิ่นคลองตอนน้ำลงลอยมาแรงกว่าเวลากลางวัน แอดนั่งรอผู้โดยสารคนสุดท้ายอยู่ตรงหัวซอย เจอลุงสมนั่งพักตรงร้านก๋วยเตี๋ยวที่ปิดไปแล้ว ลุงสมจุดบุหรี่แล้วเล่าให้ฟังโดยไม่มีใครถาม เสียงเบาเหมือนพูดกับตัวเอง เขามีนิสัยพ่นควันแล้วสะบัดมือทุกครั้งก่อนพูดประโยคใหม่ แอดสังเกตแบบนั้นมาหลายเดือนแล้วโดยไม่เคยถามว่าทำไม
"หมอตำแยคนเก่า แถวนี้เขาเรียกป้าเลื่อน ทำคลอดให้เด็กในซอยนี้มาสามสิบกว่าปี บ้านไหนไม่มีเงินก็ทำให้ก่อน ค่อยมาจ่ายทีหลัง บางบ้านก็ไม่มาจ่ายจนป้าเลื่อนตายเพราะเรือแจวคว่ำตรงปากคลอง ยังไม่ทันเก็บหนี้เลย" ลุงสมพ่นควันแล้วสะบัดมือ "ตั้งแต่นั้นมาคนขับรถในซอยนี้ที่เคยเจอ เขาบอกว่าเห็นหัวลอยผ่านหลังคันตอนดึกๆ ลำไส้ห้อยตามหลัง ถ้าไปสบตากับมันในกระจก มันจะจำหน้าเอาไปหาบ้านคนที่ติดหนี้เก่า ใครก็ไม่รู้ มันแยกไม่ออกหรอกว่าใครเป็นลูกใครเป็นหลาน มันจำได้แค่หน้าคนขับที่เห็นมันในกระจก"
แอดหัวเราะแหะๆ ไม่เชื่อทั้งหมด แต่กระจกก้มลงเหมือนเดิม เขาไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้นจนผู้โดยสารคนสุดท้ายมาถึง เป็นผู้ชายถือถุงข้าวสารหนักๆ วางพาดตรงกระจกซ้ายจนมันเผยอขึ้นนิดหนึ่งโดยไม่มีใครสังเกต
รถวิ่งเข้าซอยลึก ผ่านบ้านไม้เก่าที่ไฟหน้าบ้านดับ แอดเหลือบตากระจกซ้ายตามความเคยชิน แล้วเห็นมันแวบหนึ่ง หัวคนลอยอยู่เหนือเบาะซ้อนท้ายพอดี ตาเบิกโพลง ปากอมแสงเรืองจางๆ ข้างใต้คอไม่มีลำตัว มีแต่สายลำไส้สีเข้มห้อยยาวสะบัดตามลมที่รถวิ่ง มือแอดบิดคันเร่งพลาดจนรถกระตุก คอเขาหันไปข้างหลังจริงๆ ไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้นเลย ผู้โดยสารนั่งเฉยกอดถุงข้าวสารเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ตอนนั้นเองที่แอดจำได้ ยายเขาเคยเล่าว่าตอนคลอดแม่เขา หมอตำแยที่มาทำคลอดให้ไม่ได้รับค่าจ้างเต็ม ยายบอกจะเอามาให้ทีหลังแล้วก็ลืมไปจริงๆ จนหมอตำแยตายก่อน เรื่องเงียบไปสามสิบปี ไม่มีใครพูดถึงอีก แอดเองก็เพิ่งนึกได้ว่ายายเคยเล่าเรื่องนี้ตอนงานศพลุงคนหนึ่งแถวปากซอย ไม่รู้ทำไมความจำมันโผล่มาตอนนี้
คืนนั้นหลังส่งผู้โดยสารแล้ว แอดขับกลับไปจอดหน้าบ้านยายทั้งที่ดึกมากแล้ว ปลุกยายขึ้นมาถามจำนวนเงินเก่า ยายงึกงักตอบเป็นตัวเลขที่จำได้ไม่แน่ชัด สามร้อยบาทมั้ง หรือสามร้อยห้าสิบ ยายเองก็ไม่ยืนยัน แอดเอาเงินก้อนนั้นไปหยอดตู้ทำบุญหน้าวัดคลองแสมตอนตีสาม พร้อมจุดธูปบอกชื่อป้าเลื่อนที่ยายจำได้ ขอให้ท่านรับไปเป็นส่วนที่ค้างไว้
กลับมาถึงซอยฟ้าเริ่มขาวรางๆ ทางขอบตะวัน แอดจอดรถ ก้มมองกระจกซ้ายที่ยังเอียงลงมองพื้นเหมือนทุกคันในซอย เห็นหยดน้ำเหนียวสีคล้ำแห้งกรังเป็นทางเล็กๆ ลากยาวจากมุมกระจกลงไปถึงขาตั้งรถ