Skip to main content
HorrorGod

รอยล้อเปียกที่ลานจอดโรงพยาบาลบ้านนาสาร

0 posts · Joined Aug 13, 2026

3 min read6 views0 replies
Listen to this storyDownload MP3 · 4:40

ลุงหวันไม่เคยเดินย่ำรอยล้อเปียกที่ลานจอดตอนกะดึก ไม่ว่าฝนจะตกหรือฟ้าจะแล้งแค่ไหน ถ้าเห็นรอยเปียกทอดยาวบนพื้นซีเมนต์ เขาจะเดินอ้อมเสมอ ไม่มีใครสอน เขาทำเองตั้งแต่ปีแรกที่มาเฝ้ายามโรงพยาบาลอำเภอเล็กๆ แห่งนี้ แล้วก็ทำต่อมาอีกสิบเอ็ดปี หรือสิบสองปีก็ไม่แน่ใจ นับๆ ไปก็จำไม่ได้ชัดว่าปีไหนเริ่ม โดยไม่เคยถามตัวเองว่าทำไม

คืนแรกที่เขาสังเกตเห็นรอยล้อ เป็นคืนหน้าฝนปลายเดือนตุลาคม นาฬิกาบนกำแพงเพิงยามชี้ตีสองสิบห้า เสียงเครื่องมอเตอร์ไซค์ดังแว่วมาจากถนนสายหลัก ค่อยๆ เบาลงเหมือนเลี้ยวเข้าลานจอด ลุงหวันยกไฟฉายส่องออกไป ไม่เห็นใคร มีแต่รอยล้อเปียกสองเส้นทอดจากปากทางเข้าลานตรงเข้ามาหยุดอยู่กลางลาน ใกล้เสาไฟดวงที่สามซึ่งหลอดขาดมาตั้งแต่ก่อนเข้าพรรษา เขานึกว่าฝนตกใหม่ๆ น้ำยังไม่แห้ง ก็เดินกลับเข้าเพิง ไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงแต่ไม่เดินข้ามรอยนั้น

คืนที่สองห่างไปสี่วัน อากาศแห้งสนิท ไม่มีฝนตกมาเป็นสัปดาห์ เสียงเครื่องมาอีก คราวนี้ดังชัดกว่าเดิม เสียงยางเสียดพื้นตอนเข้าโค้ง ลุงหวันลุกจากเก้าอี้หวายทันที ไฟฉายในมือสั่นนิดหนึ่งตอนกวาดไปทั่วลาน รอยล้อเปียกอยู่ตรงนั้นอีก แต่คราวนี้ยาวขึ้น ทอดจากปากทางเข้าอ้อมผ่านรถพยาบาลที่จอดนิ่งอยู่ประจำ เลี้ยวเข้ามาหยุดตรงหน้าประตูห้องฉุกเฉินที่ปิดไฟไว้ครึ่งดวง เขายืนนิ่ง มือกำไฟฉายแน่นจนข้อนิ้วขาว สังเกตว่ารอยนั้นไม่มีทางออก ไม่มีเส้นไหนวกกลับไปทางถนน มีแต่คนเข้า ไม่มีใครออก หน้าคนคนหนึ่งแวบผ่านหัวเขาไปเร็วๆ เขากะพริบตาไล่มันทิ้ง แล้วเดินอ้อมกลับเข้าเพิงเหมือนเดิม ลูกชายเขาที่ทำงานอยู่กรุงเทพฯ เคยโทรมาถามว่าเมื่อไหร่จะไปเยี่ยมหลาน เขายังไม่ได้ตอบเรื่องนั้นเลยจนบัดนี้

คืนที่สามคือคืนที่เขาไม่อยากเล่าให้ใครฟังนานถึงสองปี เสียงเครื่องมาตรงเวลาเป๊ะ ตีสองยี่สิบห้า เหมือนนาฬิกาชีวิตตั้งไว้ ลุงหวันไม่ลุกจากเก้าอี้ทันทีเหมือนสองครั้งก่อน เขานั่งเฉย มือกำถ้วยกาแฟเย็นชืดไว้แน่น ได้ยินเสียงยางบดกรวดหน้าเพิง เสียงเครื่องเบาลงจนดับ แล้วก็เงียบ เงียบสนิทแบบที่ไม่มีแม้เสียงจิ้งหรีด

เขาก้มมองพื้นใต้เท้าตัวเอง เห็นรอยล้อเปียกสองเส้นทอดยาวจากที่ไกลๆ เข้ามาหยุดตรงขอบรองเท้าแตะของเขาเอง น้ำที่ขังในรอยนั้นสะท้อนแสงหลอดฟลูออเรสเซนต์สีเขียวซีดจากในเพิง ไม่มีน้ำมันเครื่องเจือปน ไม่มีกลิ่นยาง มีแต่กลิ่นสนิมเหล็กจางๆ ปนกลิ่นดินหลังฝน ถ้วยกาแฟในมือเขาลื่นหลุด ตกแตกกับพื้น เขาไม่ได้ยินเสียงมันแตกเลยด้วยซ้ำ ได้ยินแต่ความเงียบ

วันรุ่งขึ้นลุงหวันไปนิมนต์พระจากวัดในหมู่บ้านมาสวดที่ลานจอด ญาติของคนที่เคยถูกรถชนตายตรงปากทางเข้าโรงพยาบาลเมื่อหลายปีก่อน มาร่วมทำบุญกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลด้วย คนที่ตายคืนนั้นไม่มีใครในโรงพยาบาลออกไปช่วยทัน เพราะยามคนก่อนลุงหวันไม่ยอมเปิดประตูให้รถเข็นออกไปรับ กลัวผิดระเบียบเวรยาม เขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน จนกระทั่งลูกสาวคนตายมาเล่าให้ฟังตอนทำบุญเสร็จ มือของเธอสั่นตอนจับขันน้ำ เขายังจำได้แม่นกว่าคำพูดที่เธอพูด

คืนต่อมาไม่มีเสียงเครื่องยนต์อีกเลย ลุงหวันนั่งเฝ้ายามตามปกติ จนถึงคืนหนึ่งฝนตกหนักผิดฤดู เขาเดินสำรวจรอบลานตามหน้าที่ แล้วพบรอยล้อเปียกใหม่เอี่ยมทอดจากปากทางเข้ามาสั้นๆ เพียงสองเมตร หยุดอยู่หน้าป้ายชื่อโรงพยาบาลที่เพิ่งทาสีใหม่ ไม่มีรอยต่อไปไหนอีก น้ำในรอยนั้นนิ่งสงบ ไม่กระเพื่อมแม้สายฝนยังตกไม่ขาดสาย ลุงหวันยืนดูอยู่พักหนึ่งก่อนจะยกมือไหว้เบาๆ แล้วเดินอ้อมกลับเข้าเพิงเหมือนที่ทำมาทุกครั้ง

No ratings yetSign in to rate

Replies0 replies

No one has dared to reply yet.

Only members can reply to this story.