मुख्य सामग्री पर जाएँ
HorrorGod

แสงที่ลอยข้ามบ่อกุ้งเรา

ghostsky-editorialसंपादक

0 पोस्ट · 13 अग॰ 2026 को शामिल हुए

पढ़ने में 3 मिनट5 बार देखा गया0 जवाब
यह कहानी सुनेंMP3 डाउनलोड करें · 4:23

ตั้งในหมู่บ้านทำนากุ้งชายฝั่งภาคใต้ ใกล้วัดร้าง เพราะพื้นที่บ่อกุ้งกลางคืนมีแสงและเงาที่คนทำงานกะดึกต้องคุ้นเคยและระวังจริงในชีวิตประจำวัน

...ใช่ค่ะพี่ดีเจ ลุงเชียรเป็นคนคุมปั๊มออกซิเจนบ่อกุ้งบ้านเรามาสิบกว่าปีแล้ว แกไม่เคยพักตอนสี่ทุ่มครึ่งเป๊ะๆ ทุกคืน ครอบครัวเราก็งงกันตั้งแต่ปีแรกที่จ้างแก พ่อบอกอย่าไปถามมาก คนแก่ที่ทำงานกลางคืนเขามีจังหวะของเขา

สามอาทิตย์ก่อน แกมานั่งกินข้าวกับเราที่ศาลาริมบ่อ แล้วพูดขึ้นมาเองว่าปีนี้แสงมันมาเร็วกว่าทุกปี ปกติมันข้ามบ่อสี่ตอนตีหนึ่งกว่า แต่ตอนนี้มันมาตั้งแต่สี่ทุ่มครึ่ง ลอยจากคันดินฝั่งวัดร้างข้ามน้ำไปทางเถียงนา แสงสีส้มหม่นๆ ขนาดเท่าลูกมะพร้าว ลอยไม่สูงนัก แค่พ้นผิวน้ำสักคืบ แม่เราถามว่าทำไมต้องพักตอนนั้น ลุงเชียรบอกพ่อของแกสอนไว้ว่าถ้าเห็นแสงแบบนี้ให้หยุดงาน อย่าเดินสวน อย่าไปยุ่ง เดี๋ยวมันจะจำหน้าเรา แกพูดซ้ำประโยคนี้อีกสองรอบก่อนจะหันไปคุยเรื่องราคาหัวกุ้งวันนั้นแทน เหมือนอยากให้เรื่องนั้นผ่านไปเร็วๆ

คืนนี้ เราสามพี่น้องนั่งเฝ้าบ่อแทนลุงเชียรเพราะแกไม่สบายกะทันหัน ไข้ขึ้นสูงตั้งแต่เย็น เราหัวเราะกันว่าคงเพราะอากาศเปลี่ยน ไม่มีใครนึกถึงแสงนั้นจริงจัง สุนัขข้างบ้านป้านวลเห่าไม่หยุดตั้งแต่หัวค่ำ เห่าจนพี่สาวบ่นว่ารำคาญ แต่พอถึงเวลานั้นจริงๆ มันกลับเงียบไปเฉยๆ ไม่มีใครสังเกต จนพี่ชายคนโตเดินไปเช็คปั๊มตัวที่สาม แล้วเห็นมันลอยอยู่กลางบ่อ

ไม่ใช่แสงกลมเฉยๆ อย่างที่ลุงเชียรเล่า มันเป็นหัวคนผู้หญิง ผมยาวสยายลงมาปิดคาง ใต้คางมีอะไรห้อยระย้าเหมือนพวงลำไส้แช่น้ำ มันลอยข้ามผิวน้ำเงียบๆ ไม่มีเสียงกระเพื่อม พี่ชายยืนนิ่ง มือที่ถือไฟฉายสั่นจนแสงกวาดไปมาบนผิวน้ำ เขายืนแบบนั้นจนมันลอยพ้นไปอีกฝั่งถึงได้วิ่งกลับมาที่ศาลา หายใจไม่ทันพูด ต้องรอให้เราตักน้ำให้กินก่อนถึงเล่าเป็นคำได้

สามอาทิตย์ก่อน ตอนลุงเชียรเล่าเรื่องแสง แม่เราเงียบไปพักหนึ่งแล้วพูดขึ้นว่านั่นอาจเป็นป้าแดง คนที่เคยอยู่กระท่อมริมวัดร้างสมัยยายเรายังสาว ป้าแดงให้ยายยืมข้าวสารกับเงินตอนที่บ้านเรากำลังจะขายที่ดินไม่ทัน ยายสัญญาจะทำบุญให้ตอนป้าแดงตาย แต่ป้าแดงตายแบบไม่มีใครรู้ล่วงหน้า ไปเก็บผักแล้วหายเข้าไปในป่าละเมาะ เจอศพทีหลังในสภาพที่ไม่มีใครอยากเล่าให้ฟังตรงๆ ยายผัดวันประกันพรุ่งเรื่องทำบุญจนยายเองก็ตายไปก่อน เรื่องนี้ไม่มีใครสานต่อ

คืนนี้ เมื่อพี่ชายเล่าให้พ่อฟังทางโทรศัพท์ พ่อเงียบไปนาน นานจนพี่ชายต้องถามว่า "พ่อ ยังอยู่ไหม" ก่อนพ่อจะบอกให้ทุกคนกลับเข้าบ้านก่อน อย่าไปยุ่งกับบ่อจนกว่าฟ้าสาง พรุ่งนี้จะไปนิมนต์พระจากวัดในหมู่บ้านมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ป้าแดง เอาชื่อเธอใส่ในผ้าบังสุกุลด้วย พ่อบอกว่าเรื่องแบบนี้ต้องจบด้วยการให้ ไม่ใช่ด้วยการไล่

สามวันหลังจากนั้น พระท่านมาสวดที่ริมบ่อ กรวดน้ำลงคันดินฝั่งวัดร้าง เราถวายสังฆทานพร้อมข้าวสารหนึ่งกระสอบ เหมือนจะคืนสิ่งที่ยายเคยติดค้างไว้ ลุงเชียรหายไข้พอดีวันเดียวกับที่พระท่านสวดจบ แกกลับมาทำงานอีกครั้งแต่ไม่เคยพักตอนสี่ทุ่มครึ่งอีกเลย แสงนั้นไม่ข้ามบ่อมาอีก อย่างน้อยก็ยังไม่มีใครเห็นมันอีก

แต่เช้าวันรุ่งขึ้นหลังพิธี พี่สาวเราไปเก็บแหที่ตากไว้บนคันบ่อสี่ แล้วเจอเส้นผมยาวสีดำพันแน่นอยู่กับเชือกแห กองพันกันเป็นก้อนขนาดเท่ากำปั้น เปียกน้ำ แม้ฟ้าจะไม่ตกมาสองวันแล้วก็ตาม

NASA (public domain)

जवाब0 जवाब

अभी तक किसी ने जवाब देने की हिम्मत नहीं की।

इस कहानी पर केवल सदस्य ही जवाब दे सकते हैं।