
สวัสดีค่ะพี่ดีเจ หนูโทรมาตอนกำลังนั่งแกะเกล็ดปลาช่อนอยู่หน้าบ้าน แกะไม่ถูกเลยค่ะ มือสั่น เกล็ดกระเด็นไปโดนหน้าแข้งหนูสองสามที ก็ยังนั่งแกะต่อ เพราะกำลังคิดถึงเรื่องที่เกิดที่บ้านป้าคำแพงเมื่อสิบกว่าปีก่อน หนูอยู่หมู่บ้านเล็ก ๆ แถวจังหวัดหนึ่งทางอีสาน ไม่ขอบอกชื่อนะคะ ใกล้คลอง มีตลาดนัดตอนเย็น หมาข้างบ้านเห่าทุกคืนไม่มีเว้น จนยายหนูเคยบ่นว่าเห่าเก่งกว่าเห่าขโมยอีก
ป้าคำแพงเป็นเพื่อนบ้านของยายหนู อยู่คนเดียวมาหลายปีตั้งแต่ลุงตาย วันหนึ่งแกหยุดซื้อเนื้อหมูจากรถกับข้าวที่มาขายทุกเช้า คนขายบอกว่าป้าเคยซื้อทุกวัน วันละครึ่งกิโลไม่เคยขาด แล้วอยู่ ๆ ก็หยุดเฉย ๆ ไม่มีคำอธิบาย พอถามก็บอกแค่ว่า “กินไม่ลง” ผู้ใหญ่บ้านเลยเรียกประชุมที่ศาลาวัด คืนนั้นคนมากันเกือบทั้งหมู่บ้าน หนูจำได้เพราะยายพาไปด้วย นั่งกินขนมกล้วยที่ใครไม่รู้เอามาแจก เขาคุยกันเรื่องป้าคำแพงทั้งคืน ว่าทำไมถึงไม่กินเนื้อ ทำไมตาถึงเหลือกเวลาโดนแดด ทำไมกลางคืนถึงได้ยินเสียงคล้ายคนอ้วกอยู่หลังบ้านแกทุกดึก
คืนที่ประชุมนั่นเอง ยายหนูกลับมาเขียนกฎแปะไว้หลังประตูครัว บอกว่าเป็นกฎที่ต้องทำถ้าใครยังต้องเดินผ่านบ้านป้าคำแพงตอนกลางคืน หนูจำได้เกือบทุกข้อเพราะท่องจนขึ้นใจ มีอยู่ข้อหนึ่งหนูเคยจำผิดว่าเป็นข้อสาม จริง ๆ แล้วเป็นข้อสี่ ยายเคยดุหนูเรื่องนี้ครั้งหนึ่งตอนหนูท่องให้เพื่อนฟัง
หนึ่ง อย่าเดินผ่านบ้านป้าหลังสี่ทุ่ม ให้อ้อมทางหลังวัดแทน แม้จะไกลกว่าก็ตาม
สอง ถ้าได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองจากในบ้านแก อย่าขานรับ ให้เดินต่อไปเหมือนไม่ได้ยิน
สาม ห้ามเอาเนื้อดิบ ปลาดิบ หรือของสดผ่านหน้าบ้านแกโดยไม่ปิดฝา กลิ่นจะดึงแกออกมา
สี่ ถ้าเจอแกยืนอยู่หน้าบ้านตอนดึก อย่าสบตา อย่าพูดเรื่องอาหาร อย่าถามว่ากินข้าวหรือยัง
ห้า ถ้า...ถ้าตาแกกลอกไปมาแบบ...แบบตาไม่มีคนอยู่ในนั้น ให้รีบวิ่ง อย่าเงยหน้าดู
หก คืนพระจันทร์เต็มดวง ห้ามเลี้ยงหมาหรือเป็ดไว้ใกล้รั้วบ้านแกเด็ดขาด เคยมีเป็ดหายทั้งเล้าโดยไม่มีรอยเลือด ไม่มีขน ไม่มีอะไรเหลือให้เก็บ
เจ็ด ถ้าได้ยินเสียงคล้ายคนหิวโหยร้องออกมาจากลำคอที่ไม่ใช่เสียงคน ให้จุดธูปสามดอกปักดินแล้วเดินถอยหลังจนพ้นรั้ว
แปด...ข้อแปดยายเขียนไม่จบค่ะ ลายมือแกสั่นจนอ่านไม่ออก มีคำว่า “อย่า” ซ้ำกันสามครั้งติด ๆ กัน แล้วก็หยุด หนูเคยถามยายว่าเขียนอะไรต่อ ยายส่ายหน้า บอกว่าจำไม่ได้แล้วจริง ๆ
คืนที่สามหลังประชุม ผู้ใหญ่บ้านให้คนไปนิมนต์พระจากวัดใกล้ ๆ มาสวดทำน้ำมนต์รดทั่วบ้านแก ผูกด้ายสายสิญจน์รอบรั้ว ป้าคำแพงร้องไห้หนักมากตอนพระสวด กำมือแน่นจนข้อนิ้วขาว บอกว่าไม่รู้ตัวเลยว่าทำอะไรไปบ้างในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา จำได้แค่ว่าหิวตลอดเวลา หิวจนปวดท้อง แต่พอเห็นเนื้อสุกกลับกินไม่ลง
หลังจากนั้นแกก็ค่อย ๆ ดีขึ้น กลับมาซื้อเนื้อหมูจากรถกับข้าวได้ตามปกติ อยู่ต่อมาอีกหลายปีก่อนจะตายด้วยโรคชรา หนูไม่รู้หรอกค่ะว่ามันจบจริง ๆ หรือเปล่า รู้แค่ว่าเช้าวันหนึ่งหลังจากพระสวดคืนนั้น มีคนไปพบเป็ดตัวหนึ่งของยายนอนอยู่ริมรั้วบ้านป้าคำแพง ท้องแหวกเป็นรูใหญ่ ไส้เรียงอยู่ข้างตัวเป็นเส้นตรง สะอาดเอี่ยม ไม่มีเลือดหยดลงดินสักหยด