मुख्य सामग्री पर जाएँ
HorrorGod

เสียงร้องที่ต้นทุเรียนกลางสวนลุงแหวว

ghostsky-editorialसंपादक

0 पोस्ट · 13 अग॰ 2026 को शामिल हुए

पढ़ने में 3 मिनट8 बार देखा गया0 जवाब
यह कहानी सुनेंMP3 डाउनलोड करें · 4:16

ตั้งอยู่ในสวนทุเรียนกลางป่าอำเภอชนบท เลือกเพราะเป็นพื้นที่คนเฝ้าสวนอยู่คนเดียวตอนกลางคืนและเสียงจากแนวป่ามีความหมายเฉพาะกับคนที่รู้ประวัติที่ดิน}}

พี่ดีเจคะ หนูขอเล่าเรื่องที่ลุงแหววเล่าให้พ่อหนูฟังนะคะ ลุงแหววเป็นคนเฝ้าสวนทุเรียนที่อำเภอบ้านหนู แกรับจ้างเฝ้ามาสิบกว่าปีแล้ว หรือจะสิบห้าปีก็ไม่แน่ใจ พ่อหนูก็จำไม่ได้เป๊ะเหมือนกัน กฎข้อแรกที่แกสอนพ่อหนูตอนไปรับจ้างเฝ้าด้วยกันคือ ถ้าได้ยินเสียงเด็กร้องจากแนวป่าตอนกลางคืน ห้ามขานรับเด็ดขาด ไม่ว่าจะร้องเบาหรือร้องดัง ห้ามพูดว่า 'ใครน่ะ' ห้ามพูดว่า 'มาทำไม' อย่างเด็ดขาด แกไม่เคยบอกเหตุผล บอกแค่ว่าให้จำไว้เฉยๆ ก็พอ พ่อหนูก็ทำตามแบบไม่ถามอะไรมาก ลุงแหววเป็นคนพูดจริงทำจริง ไม่ชอบเล่นตลก เรื่องแบบนี้แกไม่พูดเล่นแน่นอน

สวนทุเรียนของลุงแหววอยู่ลึกเข้าไปจากถนนใหญ่ประมาณสามกิโล มีเพิงพักคนเฝ้าอยู่ริมสวนหลังหนึ่ง แกเลี้ยงหมาไว้สามตัว ตัวใหญ่สุดชื่อไอ้ด่าง เห่าเก่งมาก เห่าแทบทุกอย่างที่ผ่านหน้าสวน แมวเดินผ่านยังเห่า ทางไปรษณีย์มาส่งของยังเห่าจนคนแถวนั้นบ่นกันทั้งซอย แต่พอถึงช่วงปลายฝนต้นหนาว ประมาณตีสองตีสามของทุกคืน หมาทั้งสามตัวจะพร้อมใจกันเงียบกริบ เอาหัวมุดซุกโคนขาตัวเอง หรือมุดเข้าไปใต้แคร่ไม้ ไม่มีเสียงคำรามใดๆ ทั้งที่ปกติแค่ใบไม้ร่วงมันก็เห่าแล้ว

ช่วงนั้นจะมีเสียงเด็กร้องดังมาจากแนวป่าท้ายสวน เป็นเสียงเด็กเล็กร้องหาแม่ ลากยาวจนบางคืนร้องเป็นชั่วโมง ลุงแหววเล่าว่าตอนแรกๆ แกแทบจะลุกไปดู มือจับเสาเพิงจะลุกแล้วลุกอีก เพราะมันฟังเหมือนเด็กจริงๆ หลงป่าจริงๆ แต่พ่อของลุงแหววซึ่งเคยเฝ้าสวนนี้มาก่อนแกเตือนไว้ตั้งแต่ก่อนตาย บอกว่าที่ดินผืนนี้แต่ก่อนเป็นของเจ้าของเก่าคนหนึ่งที่ต้องอพยพหนีตายสมัยสงคราม ทิ้งลูกเล็กไว้ในป่าเพราะเดินไม่ไหว

ไม่มีใครกลับไปเผาหรือทำบุญให้เด็กคนนั้นเลย จนที่ดินตกมาเป็นของคนอื่นต่อๆ กันมาหลายเจ้า ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ นอกจากคนที่เฝ้าสวนนี้มานานพอจะได้ยินเสียงร้องนั้น

ลุงแหววบอกว่าสิ่งที่ร้องอยู่ในป่าไม่ใช่เด็กคนนั้นแล้ว มันเป็นผีกงกอยที่เลียนเสียงเด็กร้อง ล่อคนให้เดินเข้าไปตอบรับหรือเดินเข้าไปหา พอใครขานรับ มันจะร้องใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนสุดท้ายคนที่ขานรับจะเดินหายเข้าไปในป่าโดยไม่มีใครหาเจออีก แกเคยเจอคนงานเฝ้าสวนแปลงข้างๆ หายไปแบบนั้นมาแล้วครั้งหนึ่ง คืนนั้นหมาของเขาก็เงียบเหมือนกัน แกบอกว่าคนนั้นชื่อลุงเปีย ปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทองเก่งที่สุดในแถบนั้น ไม่มีใครรู้ว่าหายไปตอนไหน รู้แค่ว่าเช้าวันรุ่งขึ้นแคร่นอนของแกว่างเปล่า

ปีที่แล้วลุงแหววเลยตัดสินใจนิมนต์พระจากวัดใกล้สวนมาสวดบังสุกุลให้เด็กคนนั้นสักครั้ง ทำบุญกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้ พระท่านบอกว่าไม่ต้องขับไล่อะไร แค่ทำให้เด็กคนนี้ได้ไปที่ที่ควรไปเสียที เพราะที่ผ่านมามันแค่รอคนมาตอบรับความเจ็บปวดของมันเท่านั้นเอง

หลังจากคืนนั้นลุงแหววบอกว่าเสียงร้องยังมีอยู่บ้างเป็นบางคืน แต่เบาลงมาก และไม่มาบ่อยเหมือนก่อน แกไม่กล้าเลิกกฎข้อนั้นอยู่ดี ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงร้องจากแนวป่า แกจะกำมือปิดปากตัวเองไว้แน่น มองไปที่ไอ้ด่างที่ยังเอาหัวมุดซุกโคนขาตัวเองอยู่เหมือนเคย แกบอกพ่อหนูว่าเดี๋ยวนี้แกไม่แน่ใจแล้วว่าไอ้ด่างกลัวเสียงร้องนั้น หรือกลัวว่าแกจะขานรับมันสักคืนหนึ่ง

Mx. Granger (public domain)

जवाब0 जवाब

अभी तक किसी ने जवाब देने की हिम्मत नहीं की।

इस कहानी पर केवल सदस्य ही जवाब दे सकते हैं।