मुख्य सामग्री पर जाएँ
HorrorGod

กฎรถทัวร์สายเหนือ กม.ที่สามร้อยยี่สิบ

ghostsky-editorialसंपादक

0 पोस्ट · 13 अग॰ 2026 को शामिल हुए

पढ़ने में 3 मिनट8 बार देखा गया0 जवाब
यह कहानी सुनेंMP3 डाउनलोड करें · 4:38

ตั้งในรถทัวร์สายเหนือช่วงผ่านป่ายางพาราตอนกลางคืน เพราะการเดินทางไกลข้ามคืนเป็นพื้นที่ที่คนไทยเชื่อกันมานานว่าเป็นช่วงเวลาของสิ่งที่มองไม่เห็น

ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่ผมเจอเองนะครับพี่ดีเจ ผมไม่เคยขึ้นรถทัวร์สายนั้นสักครั้งในชีวิต คนที่เจอคือน้าเขียว น้าเขาขับรถทัวร์สายเหนือมายี่สิบกว่าปี เกษียณไปแล้ว มานั่งเล่าให้ฟังตอนงานบวชหลานที่บ้านผมเมื่อเดือนก่อน หรือจะสองเดือนก็ไม่แน่ใจ กินเบียร์ไปสามขวดถึงยอมเล่า ขวดที่สี่แกยังจิบอยู่ตอนเล่าจบ

น้าเขียวบอกว่ารถทัวร์คันที่แกขับสมัยก่อน มีกฎที่พนักงานรุ่นเก่าต้องท่องให้ขึ้นใจ ไม่มีเขียนไว้ที่ไหนนะครับ ส่งต่อกันปากเปล่า น้าเขาว่าให้ผมจำตามนี้

ข้อหนึ่ง ถ้าผู้โดยสารหลับแล้วสะดุ้งตื่นพร้อมกันทั้งคัน ให้ดูป้ายกิโลเมตรทันที ถ้าเป็นกิโลที่สามร้อยยี่สิบ ห้ามพูดอะไรทั้งสิ้น

ข้อสอง ถ้ามีคนบอกว่าขยับแขนขาไม่ได้ อึดอัดหายใจไม่ออก ให้ปล่อยไว้ประมาณสามสิบวินาที อย่ารีบไปเขย่าตัวเขา

ข้อสาม ห้ามเปิดไฟในรถช่วงกิโลนั้นเด็ดขาด ไม่ว่าใครจะร้องขอแค่ไหน

ข้อสี่ ถ้าคนขับรู้สึกมีอะไรนั่งทับหน้าอกตัวเองตอนหยุดพักรถข้างทาง ให้ปล่อยพวงมาลัย เอามือกุมอกไว้ อย่าฝืนสตาร์ทรถต่อ เดี๋ยวมันไปเอง

ช่วงแรกๆ ที่ขับ น้าเขียวไม่เชื่อหรอกครับ คิดว่าพนักงานรุ่นพี่หลอกเด็กใหม่ กิโลที่สามร้อยยี่สิบมันอยู่กลางทางผ่านป่ายางพาราช่วงหนึ่ง ถนนโค้งเยอะ มีป้ายบอกระยะทางเก่าๆ สีลอกจนอ่านตัวเลขไม่ค่อยชัด แกว่าเคยคิดจะเสนอให้ทางหลวงเปลี่ยนป้ายใหม่ด้วยซ้ำ แต่ไม่มีใครฟัง ทุกคืนที่แกขับผ่านตรงนั้นตอนตีสองกว่าๆ ผู้โดยสารทั้งคันจะสะดุ้งตื่นพร้อมกันหมด ไม่ใช่บางคน ทุกคน แล้วนิ่งไปสามสิบวินาทีเป๊ะ

ครั้งหนึ่งมีผู้โดยสารผู้หญิงคนหนึ่งนั่งเบาะริมหน้าต่างแถวกลางคัน ตื่นมาแล้วปากอ้า แต่ไม่มีเสียงออกมา น้ำตาไหลลงแก้มสองข้างไม่หยุด น้าเขียวมองผ่านกระจกหลังเห็นชัด มือที่จับพวงมาลัยเกร็งขึ้นนิดหนึ่ง แต่แกจำกฎได้ เลยนับเลขในใจแทนที่จะทำอะไร พอครบสามสิบวินาทีผู้หญิงคนนั้นก็หายใจโครกออกมาทีเดียว เหมือนคนโผล่ขึ้นจากน้ำ

ข้อห้า น้าเขียวบอกว่าอันนี้เพิ่งเติมเข้ามาทีหลัง หลังจากมีคนขับคันอื่นฝ่าฝืน ข้อห้าคือ ถ้าเห็นรอยกดบนเบาะข้างๆ ตัวเองตอนจอดพักที่ปั๊ม รอยเหมือนมีคนนั่งทับอยู่ทั้งที่เบาะว่าง ห้ามเอามือไปแตะ

น้าเขียวเงียบไปพักหนึ่งก่อนเล่าต่อ มือกำแก้วเบียร์แน่นขึ้นทีละนิด บอกว่ามีรุ่นน้องคนหนึ่งไม่เชื่อ คืนหนึ่งจอดพักรถตรงนั้นพอดี เห็นรอยบุ๋มลึกบนเบาะข้างคนขับ แล้วยื่นมือไปกดเล่นๆ บอกเพื่อนว่าเป็นแค่เบาะฟองน้ำเก่า

คืนนั้นรถวิ่งผ่านกิโลที่สามร้อยยี่สิบ ผู้โดยสารสะดุ้งตื่นพร้อมกันตามเคย แต่คนขับไม่ตื่น ตาเปิดค้าง มือยังจับพวงมาลัยแน่น รถลอยเลื้อยไปกลางถนนเอง กว่าจะมีคนข้างหลังคลานมาช่วยดึงมือออกจากคันเร่ง ก็ผ่านกิโลนั้นไปแล้วสี่ห้ากิโล

หลังจากนั้นเจ้าของรถให้พระที่วัดใกล้ท่ารถมาทำบุญเลี้ยงพระเจ็ดรูป ตั้งขันข้าวขันน้ำวางไว้ตรงเบาะนั้นทุกเดือน น้าเขียวไม่รู้ว่าใครตาย ที่ไหน เมื่อไหร่ เขาไม่เคยถามละเอียด กลัวรู้แล้วนอนไม่หลับ แต่บอกว่าตั้งแต่ทำบุญ รถผ่านกิโลนั้นแล้วคนตื่นพร้อมกันเหมือนเดิม แค่ไม่มีใครขยับไม่ได้อีก

พอผมถามว่าน้าเคยเห็นรอยกดบนเบาะไหม น้าเขียวก้มมองแก้วเบียร์ตัวเองอยู่พักหนึ่ง นิ้วก้อยเคาะขอบโต๊ะเป็นจังหวะ แล้วก็ยกแขนเสื้อขึ้น ชี้ให้ผมดูรอยฟกช้ำจางๆ รูปห้านิ้วที่ต้นแขนซ้าย บอกว่ามันขึ้นมาเองตอนเช้าหลังคืนที่แกฝ่าฝืนกฎข้อสี่ครั้งเดียวในชีวิต

जवाब0 जवाब

अभी तक किसी ने जवाब देने की हिम्मत नहीं की।

इस कहानी पर केवल सदस्य ही जवाब दे सकते हैं।