
ตาเล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังตรงนั้นเลย นั่งอยู่ในเพิงด่านตรวจไม้ที่มีกลิ่นน้ำมันเครื่องติดโต๊ะ วิทยุทรานซิสเตอร์เก่าเปิดคลอเบาๆ เพลงลูกทุ่งที่ตาไม่เคยจำชื่อได้ เขาบอกว่าคืนนั้นเขานั่งกรอกสมุดบันทึกรถบรรทุกที่ผ่านด่าน ทำมาสิบกว่าปีแล้ว หรือสิบสองปีก็ไม่แน่ใจ ตาจำวันเดือนแบบนั้นไม่ค่อยได้ ปกติกรอกได้โดยไม่ต้องคิด แต่คืนนั้นมือเขาสั่น เขียนเลขทะเบียนผิดสามครั้งติด ขีดฆ่าจนกระดาษเป็นรู เพราะหัวมันคิดเรื่องใบลาออกที่เขียนค้างไว้ในลิ้นชัก คิดว่าจะยื่นพรุ่งนี้ดีไหม กลัวนายด่านต่อว่า
แล้วบาร์เรียร์หน้าด่านก็ยกขึ้นเอง
ตาบอกว่าได้ยินเสียงมอเตอร์เก่าๆ ของมันร้องแอ๊ดก่อน เขาเงยหน้ามอง ถนนข้างหน้ามืดสนิท ไม่มีไฟรถ ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ ป่ายางสองข้างทางเงียบจนได้ยินเสียงจิ้งหรีด บาร์เรียร์ค้างอยู่แบบนั้นสักสิบวินาทีแล้วก็ลดตัวเองลง เหมือนมีรถขับผ่านไปแล้วจริงๆ มือตาที่ถือปากกาอยู่หยุดขีด กระดาษยังเปิดหน้าเดิม เขาไม่ได้เขียนอะไรต่ออีกเลยคืนนั้น
เขาไม่ได้บอกใคร คิดว่าไฟช็อต
คืนต่อมามันเกิดอีก ตาเลิกทำเป็นไม่สนใจแล้ว เขาเดินออกไปดูใกล้ๆ ได้ยินเสียงกระโดดเป็นจังหวะ ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก แผ่วเบามาจากพงหญ้าข้างเสาบาร์เรียร์ เขาส่องไฟฉายไป เห็นเงาอะไรสักอย่างขนดกสูงไม่ถึงเข่า กระโดดขาเดียวลับเข้าไปในพุ่มไม้ก่อนแสงไฟจะตามทัน มือตากำไฟฉายแน่นจนนิ้วขาว เขาบอกว่าคืนนั้นเขาปิดเพิงเร็วกว่าปกติเป็นชั่วโมง
ตาบอกเจ้าหน้าที่ว่าเขาไปถามคนแก่ในหมู่บ้าน คนแก่บอกว่าด่านนี้เดิมมีลุงสมบัติเฝ้าอยู่ก่อนตา ลุงสมบัติตายไปสิบกว่าปีแล้ว ตอนนั้นมีข่าวลือว่าลุงรับส่วยปล่อยรถบรรทุกไม้เถื่อนผ่านด่านตอนดึก คืนหนึ่งรถบรรทุกคันหนึ่งที่ลุงปล่อยไปพลิกคว่ำตกเขาห่างจากด่านไปสามกิโล คนขับตายทั้งคัน ของกลางในรถ พวกหยกดิบที่ลักลอบมาจากชายแดน หายไปจากที่เกิดเหตุ ไม่มีใครรู้ว่าใครเก็บไป จนลุงสมบัติตายเองแบบไม่มีใครทันสังเกตอาการ นอนตายอยู่ในเพิงด่านนี่เอง
คนแก่บอกตาว่า มันคือผีกองกอย มันเฝ้าของที่ฝังไว้แถวโคนเสาบาร์เรียร์ กระโดดขาเดียวตรวจตราเหมือนที่ลุงสมบัติเคยตรวจรถ มันยกบาร์เรียร์ให้ถนนที่ว่างเปล่าผ่าน เพราะมันยังทำหน้าที่เดิมของลุงอยู่ ทำหน้าที่ที่ลุงไม่เคยทำให้ครบ ปล่อยของเถื่อนผ่านไปโดยไม่เคยหยุดตรวจสักคัน
ตาบอกว่าเขาไม่กล้าขุดเอง ให้พระจากวัดใกล้ด่านมาสวดที่โคนเสาสามคืนติด คืนสุดท้ายพระให้คนขุดดินตรงจุดที่เสียงกระโดดดังที่สุด ขุดลึกไม่ถึงศอกก็เจอถุงผ้าใบเก่าเปื่อยยุ่ย ในนั้นมีก้อนหยกดิบเจ็ดก้อนกับกระดูกนิ้วมือสองสามชิ้น พระให้เอาหยกไปบริจาคเข้าวัด ทำบุญอุทิศให้ลุงสมบัติกับคนขับรถที่ตาย กรวดน้ำกันทั้งหมู่บ้าน
หลังจากคืนนั้นบาร์เรียร์ไม่เคยยกเองอีกเลย ตาบอกอย่างนั้นกับเจ้าหน้าที่ ก่อนจะเงียบไปพักหนึ่งแล้วเสริมว่า เขายังไม่ยื่นใบลาออกที่เขียนค้างไว้เลย เพราะทุกครั้งที่จะหยิบมันออกจากลิ้นชัก เขาจะเห็นรอยเท้าขาเดียวจางๆ พิมพ์อยู่บนโคลนหน้าเพิง เท้าเดียวจริงๆ ไม่มีคู่ วนอยู่รอบเสาบาร์เรียร์แล้วหายไปในพงหญ้า
by shankar s. from Dubai, united arab emirates via A rubber plantation by the roadside — CC BY 2.0